Moviemania

ไม่ได้เข้ามาอัดเดทเรื่องหนังที่ exteen นานเชียว ตอนนี้ไปเขียนเรื่อง 14 วัน 14 เรื่อง หนังที่ว่าด้วยความรัก เพื่อต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ ถ้าใครว่าง ลองเข้าไปอ่านนะครับ ที่ www.facebook.com/naiauddee  และถ้าไง ช่วย คลิก like คลิก share ให้ด้วย จะขอบคุณมากๆครับ

          เชื่อหรือไม่ว่า ผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่อย่าง James Cameron เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังอย่าง Piranha แต่นั่นเป็นเมือปี 1981 โน๋น และเป็น Piranha ภาค 2 และก็เป็นหนังที่เขาไม่ค่อยอยากพูดถึงนักหรอก

         ส่วนหนังที่เป็นภาคแรกนั้น เป็นหนังแจ้งเกิดของผู้กำกับ Joe Dante ที่ไม่รู้ว่านักดูหนังรุ่นใหม่ๆ จะยังรู้จักหรือเปล่า หลังจากที่โด่งดังกับหนังสยองทุนต่ำเรื่องนี้ เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ก็ได้ทำหนังสร้างชื่ออีกหลายเรื่อง เช่น Greamlins,ตอนหนึ่งในหนังอย่าง The Twilight Zone, Innerspace เป็นต้น

          หนังเรื่องนี้ มีการสร้างออกมา อาจจะ 3-4 ภาคแล้วด้วยซ้ำ และคุณภาพของหนังก็เป็นระดับเกรดบี และ ซี มาปีนี้ มี่การปัดฝุ่นสร้างใหม่ โดยผู้กำกับที่ถนัดหนังแนวสยอง รีเมค ALEXANDRE AJA ที่มีผลงานรีเมคสุดโหด อย่าง The Hills Have Eyes มาทำหน้าที่กำกับหนังที่ไม่รู้จะสร้างใหม่อีกทำไม 555  ด้วยเทคโนโลยี 3 D ที่กำลังฮิต ด้วย Trailer หรือแม้แต่โปสเตอร์โฆษณาหนัง ที่มีภาพคมเขี้ยวของเจ้าปลานรก บวกกับ หญิงสาวที่ชุดบิกินีนอนอยู่บนแพยาง ถูกนำมาเป็นจุดขาย ที่ทำให้คนดูคาดหวังได้เลยว่าจะเห็นอะไรบ้างในหนังเรื่องนี้... แต่่ถ้าคาดหวังเพียงเท่านั้น ก็บอกได้เลยว่า ไม่ผิดหวัง หนังขายภาพความโหดของฝูงปลานรก ที่ลุยกัดแทะผู้คนที่นุ่งน้อยห่มน้อยริมชายหาด เลือดสีแดงแผ่กระจายเต็มผืนน้ำ ชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกกัดแทะเละเทะ ลอยกระจัดกระจาย แต่ภาพทั้งหมดนี้ ถูกนำเสนอโจ๋งครึ่ม และไร้รสนิยมสิ้นดี หรือนี่อาจจะเป็นความตั้งใจให้มันเป็นหนังสยองขวัญเกรดบีแบบเต็มขั้น เหอๆๆๆ

          หนังเรื่องนี้ถูกติดเรท 18 แต่ในวันที่ผมไปดู ที่เมเจอร์รัชโยธิน รอบ 18.35 น. ในโรงมีเด็กอย่างน้อยสามคน ที่อายุอยู่ระหว่าง 7-15 ปี ที่มีผู้ปกครองแสนน่ารัก พาเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ด้วย เห็นภาพแล้ว ไม่รู้จะตำหนิโรงหนัง ที่ไม่มีความรับผิดชอบ ยอมปล่อยให้เด็กเข้าไปดู หรือจะตำหนิพ่อแม่ดี ที่พาลูกน้อยเข้าไปดูหนังที่แสนสร้างสรรเรื่องนี้ ก็ไม่รู้ว่า ดูจบแล้ว จะอธิบายลูกอย่างไรกับภาพต่างๆที่เห็นในหนัง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมผู้กำกับหนังโป๊ในหนัง ที่หมกมุ่นอยู่แต่การถ่ายหนังที่ไร้ศีลธรรมจรรยา เสพยา พูดคำสบถคำ รวมถึงภาพความรุนแรงต่างๆในหนัง น่ามอบถ้วยครอบครัวตัวอย่างให้เสียจริงๆ เฮ้อ

          เคยอ่านเจอข่าวว่า หนังเรื่องนี้ เคยมาสำรวจโลเคชั่นในไทย และอาจเซ็ทให้เป็นเหตุการณ์ในคืน full moon party อยากบอกว่า ไว้เป็นเรื่องอื่นค่อยมาถ่ายก็ได้นะฮอลลีวูด 555

An Education

posted on 26 May 2010 08:09 by maxisme in Moviemania

          หนังเล็กๆเรื่องหนึ่ง ทีเป็นที่กล่าวขานถึงเมื่อปีที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จถึงขั้นได้เข้าชิง 3 รางวัลออสการ์ โดยเฉพาะรางวัลผู้เข้าชิงดารานำหญิงยอดเยี่ยม Carey Mulligan นั้น เป็นที่จับตามองและลุ้นของใครหลายคน

          หนังเรื่องที่ว่านี้ คือเรื่อง An Education ความโดดเด่นทั้งการแสดงของ ดารานำหญิง รวมถึงบทภาพยนตร์ สมควรอย่างยิ่งที่ได้เข้าชิงรางวัล บทหนังที่มีความชัดเจนในการนำเสนอแก่นของเรื่อง ที่พูดถึงอนาคตของคน ที่ไม่ได้ได้มาด้วยวิธีง่ายๆ การที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จนั้น หลายๆชีวิตในสังคมอาจใช้หรืออาจมองหาทางลัด แต่ถ้าพื้นฐานไม่แน่น ไม่มั่นคง มันก็ล้มเอาได้ง่ายๆ และการจะได้มาซึ่งฐานที่มั่นคงของชีวิตนั้น ก็คือการใฝ่รู้ใฝ่ศึกษานั่นเอง และนั้นก็คือคอนเซ็ปท์ที่หนังต้องการบอก นอกจากแก่นเรื่องที่ว่านี้แล้ว ตัวบทหนัง ยังตั้งคำถามให้ได้ถกเถียงกัน ถึงการเรียน การศึกษา และการเลือกใช้ชีวิต ซึ่งก็ไม่ได้ยัดเยียดกันแบบสูตรสำเร็จ Carey Mulligan กับการแสดงที่ยอดเยี่ยม ที่แสดงถึงพัฒนาการของตัวละครได้อย่างแนบเนียน ถึงไม่ได้รับรางวัลบนเวทีประกวด แต่ในเวทีของนักแสดง เธอประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย

          หนังที่พูดถึงความสำคัญของการศึกษาเรื่องนี้ ถึงที่สุดแล้ว ก็มีแต่คนที่มีการศึกษาในระดับหนึ่งเท่านั้น ที่จะเสพหนังเรื่องนี้ และชื่นชมหนังเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่หนังแนวตลาดบู๊ล้างผลาญ โชว์เทคนิคอันตระการตา กับกลุ่มคนที่เราอยากจะให้เขาเห็นด้วยกับความสำคัญของการศึกษา เขาจะมีโอกาสได้รับสาระที่เป็นประโยชน์เช่นนี้หรือ นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบครับพี่น้อง

 

          ยากนักที่จะมีละครทีวีไทย จะทำให้เราติดตามได้อย่างต่อเนื่องมากกว่า 5 ตอน ด้วยเหตุผลในแง่งานสร้างที่สุกเอาเผากิน บทและการแสดงที่หาเหตุผลไม่ได้ ยิ่งละครเรียกเรทติ้งยุคปัจจุบัน จะประโคมกันสร้างความสะใจคนดูด้วยบทนางเอกนางร้ายที่ตามตบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ตามตบกันชนิด เริ่มจากในบ้าน วิ่งหนีไล่ล่าตบกันถึงนอกบ้าน สนามหญ้า ลานจอดรถ แล้วก็จบลงในสรถว่ายน้ำ ที่ตกน้ำตกท่ากันเปียกปอน ถ้าไม่คิดอะไรก็มันสะใจกันตามระเบียบ แต่ถ้าใช้แง่มุมทางศีลธรรมจรรยา มองกันสักหน่อย ล้วนเป็นเร่องน่าตำหนิอย่างให้อภัยไม่ค่อยจะได้

          และด้วยละครที่ไม่เคยดูต่อเนื่องเกินกว่า 5 ตอน ก็เลยเลือกที่จะไม่พูดถึง แต่สำหรับละครเรื่องสูตรเสน่หา ที่เพิ่งอวสานลงไปนั้น เป็นข้อยกเว้น ด้วยอุบัติเหตุบางอย่างในชีวิต ทำให้ได้นั่งดูละครเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเกินกว่า 5 ตอน และด้วยความคับข้องใจอยากจะพูด ก็เลยติดตามดูจากซีดีที่วางจำหน่าย เพื่อให้รับรู้เรื่องราวมากพอที่จะพูดถึงได้

          ไม่ปฎิเสธว่านี่เป็นละครที่ดูสนุก แคแรคเตอร์ในละครแต่ละคนมีสีสันจัดจ้าน และตัวแสดงแต่ละคนก็แสดงกันอย่างเต็มที่ โชว์พลังโชว์ของกันอย่างไม่มีกั๊ก โดยเฉพาะแอน ทองประสม ถือว่านี่เป็นบท comedy ที่เธอต้องใช้ความสามารถอย่างมาก เพราะไม่เช่นนั้น .... ลองจินตนาการตามนะครับ บทของเธอ สวย รวย เอาแต่ใจ ฉันจะเอาอะไรต้องได้ ทุกคนต้องทำตามฉัน ต้องฟังฉัน ใครอย่ามาคิดร้ายกับฉัน ฉันจะขอเอาคืน เป็นตัวละครที่ชอบเห็นความพินาศฉิบหายของคู่อริ และหลงตัวเองอย่างร้ายกาจ คิดว่าตนเองเป็นคนเพอร์เฟคที่สุด ปั้นน้ำเป็นตัว โกหกตาใสเพื่อให้ได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ... เอาล่ะท่านๆ ขอถามหน่อยเถอะว่า ในชีวิตจริง ถ้ามีคนอย่างนี้อยู่ในชีวิตเรา เราจะอยากคบอยากเข้าใกล้ไหม ใครคิดอย่างไรไม่รู้ แต่สำหรับผม ขออยู่ไกลๆ เพราะเธอคงไม่มานั่งฟังคำแนะนำอะไรจากเราหรอก แต่ด้วยแคแรคเตอร์นิสัยแย่ๆแบบนี้ อยู่ในมือของนักแสดงระดับเทพแบบ แอน ทองประสม ทำให้คนดูทั้งรักและเอ็นดู พร้อมยอมรับทุกสิ่งที่เธอเป็น

          ในฉากที่ทำให้เรารู้สึกเหลืออดเหลือทน และต้องเขียนระบายเสียยืดยาว ก็คือตอนจบของละคร ที่แอนระบายความรู้สึกที่มีต่อเคน (สุภาพบุรุษในฝันของสาวค่อนประเทศ) และขอเคน (ครูกุ๊ก) แต่งงาน ในระหว่างพิธีแต่งงานของวิลลี่ และ ซอนย่า นั้น สำหรับเรา นี่เป็นการเขียนเรื่องเขียนบทที่เอาสนุกเอามันจนลืมนึกถึงความเหมาะความควรอย่างยิ่ง และเป็นการแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของตัวละครที่น่าตำหนิที่สุด มันเป็นการกระทำที่ขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดการยั้งคิด รู้รึเปล่าว่านี่กำลังทำลายพิธีการแต่งงานอันสำคัญของคู่บ่าวสาวอีกคู่หนึ่ง เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายแล้ว คำขอโทษเจ้าบ่าวเจ้าสาวสักคำก็ไม่มี แถมยังพาขับรถเจ้าบ่าวเจ้าสาว (just married)ออกจากงานไปซะงั้น แล้วบทสรุปของละครคืออะไรเหรอครับ ... ผู้หญิงนิสัยแย่ๆ คนหนึ่ง สักวัน ก็จะต้องเจอเทพบุตรในฝันที่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นอย่างนั้นเหรอ เด็ก เยาวชนทั่วไปที่นั่งดูละครเรื่องนี้ เขาจะแยกแยะกันได้ไหม ว่านี่เป็นเพียงละครเรื่องหนึ่ง ที่อุปโลกให้ตัวละครแย่ๆคนหนึ่ง ประสบความสำเร็จในชีวิตรัก ที่กลัวก็คงเป็นเรื่องคนดูที่ยังเด็กเกินจะแยกแยะ คงซึมซับกันไปเต็มๆว่า เห็นไหม ไม่ว่าเราจะแย่อย่างไร เราก็เป็นอย่างที่เราเป็นนั่นแหละ ไม่ต้องสำนึก ไม่ต้องปรับปรุง ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น ฉันเป็นของฉันอย่างนี้ สักวันชีวิตก็ต้องมีความสุขเข้าสักวัน ก็ต้องเจอสิ่งดีดีเข้าสักวัน ... คิดไปก็น่าเศร้านะครับ ถ้าคนเป็นอย่างนี้กันหมด บ้านนี้เมืองนี้จะพบความสงบสุข ความเจริญได้อย่างไรหนอ