april

ต่อนะครับทั่น........... อีกสามเรื่องที่เหลือ

The Forbidden Kingdom... หนังแฟนตาซี กำลังภายใน ลูกครึ่งจีน ฝรั่ง ที่ผสมผสานกันแบบแปร่งๆ ดูเอาเพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูแล้วก็แล้วกัน ไม่รู้จะวิจารณ์กันไปทำไม ให้เสียเวลา เหอๆๆๆๆๆ

 Tokyu Tower ... เนื่องจากห่างหายจากการติดตามหนังในโรงไปช่วงหนึ่ง ก็เลยไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกะหนังเรื่องนี้ จนกระทั่ง วันหนึ่งไปยืนอยู่หน้าโรงภาพยนตร์ลิโด แล้วเห็น จอทีวีหน้าโรง ที่เปิดโปรโมทหนังเรื่องนี้ แค่ตัวอย่าง ก็พาลน้ำตาจะไหล ไม่ได้การล่ะ วันรุ่งขึ้น ก็บึ่งมาดูเลย  นี่เป็นหนังที่เล่าเรื่องได้เรียบง่ายมากๆ พล๊อตก็แทบจะไม่มีอะไรแปลก เซอร์ไพรซ์ มีลูกเล่น สีสันใดใด เล่าเรื่องซื่อๆถึงความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่ผ่านความยากลำบาก ระหกระเหิน ดิ้นรนเพื่อประคับประคองให้มีชีวิตที่ดี อยู่รอดได้ในสังคม และนี่ก็เป็นความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของแม่ หนังไม่เน้นเรื่องราวในโทรเมโลดราม่า แต่เรากลับค่อยๆซึมซับถึงความผูกพันที่สองแม่ลูกมีต่อกัน จนตอนท้ายๆเรื่อง ตัวหนังก็มีพลังมากมาย ที่จะเรียกน้ำตาจากคนดูได้ แต่จะติดก็ตรง มุขซ้ำๆที่หนังญี่ปุ่น เกาหลี ชอบใช้ ก็คือการให้ตัวละครมานั่งอ่านจดหมาย หรือการเปิดพัศดุอะไรสักอย่าง ที่คนที่จากไปฝากไว้ให้ มันเป็นมุขซ้ำๆที่เริ่มเบื่อ ฉากที่ว่า ก็เลยไม่มีพลังมากพอ เมื่อเทียบกับฉากดีดี ก่อนหน้านั้น

 สี่แพร่ง  ... หนังผีสี่เรื่อง สี่ผู้กำกับ ที่เล่นกับคอนเซ็ปท์ ความกลัวที่แตกต่างกัน นี่เป็นหนังผีที่ทำหน้าที่หลอกหลอนคนดูได้อย่างมีพลัง มีชั้นเชิง และสนุกมากๆ (ที่กล่าวชมมาทั้งหมดนี้ ยกเว้นเรื่องที่สองนะครับทั่น) การชมหนังเรื่องนี้ เหมือนเข้าบ้านผีสิง ที่มีคนร้องกรี๊ดกันตลอดเวลา ทั้งกลัว ทั้งสนุก เรื่องแรก ชื่อว่า เหงา นั้น เก่งในเรื่องการเล่าเรื่องที่ไม่มีบทสนทนาเลยตลอดเรื่อง แต่สามารถสร้างเรื่องให้เราลุ้นระทึกได้อย่างน่าทึ่ง

เรื่องที่สอง ยัณต์สั่งตาย เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และมีความโดดแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ แต่เป็นความโดดที่เด่นในทางด้อย ตามทสไตล์ของผู้กำกับคนนี้ ที่ชอบเล่นกับทางกล้อง การตัดต่อ และที่สำคัญ CG ที่ดูหลอก ดูเป็นการ์ตูน และดูไม่น่าเชื่อถือ แม้โครงเรื่องจะน่าสนใจ แต่ด้วยความยาวหนัง และสไตล์หนัง และวีธีการที่ผู้กำกับเลือกใช้ ทำให้เป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัว แต่เน้นแหวะซะมากกว่า

เรื่องที่สาม คนกลาง  เป็นเรื่องที่สนุกที่สุดในความคิดของผม ผู้กำกับคุมจังหวะของหนังได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้แสดง บท และ บทสนทนา เล่นกันสนุก ทั้งขำ ทั้งน่ากลัว ถึงเป็นตอนที่ขำมากที่สุด แต่ก็ทำให้เราขนลุกได้มากที่สุดเช่นกัน

เรื่องที่สี่ หลายๆคนบอกว่าเป็ฯตอนที่น่ากลัวที่สุด แต่กับเรา กับเฉยๆ เพราะความน่ากลัวดันเป็นตอน ..... อุ๊บส์ เกือบหลุดปาก เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรซ์ เอาเป็นว่า ความน่ากลัวถูกบทจำกัด กำหนดให้เกิดสถานการณ์  มันไม่ได้ลื่นไหลไปตามเรื่องราวเหมือนในเรื่องที่สาม สรุปก็คือชอบตอนที่สามมากกว่าครับทั่น

ไปดูกันเยอะๆนะครับ เรื่องสี่แพร่ง คนทำหนังผีด้อยคุณภาพ จะได้รู้ว่า หนังผีที่ดี เขาทำกันอย่างไร ...  

เกิดอาการขี้เกียจต่อเนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวอย่างมากมาย ช่วงสงกรานต์ ก็เลยมาอัพเดทเรื่องราวเกี่ยวกับหนังที่ไปดูมาแบบรวบยอด เดือนเมษายน ดูหนังในดรงไป 6 เรื่อง ไม่นับรวมที่ดูในเครื่องระหว่างเดินทาง เช่น P.S. I love you (ห่วยอย่างไม่น่าเชื่อ) SHINOBI หนังกำลังภายในแฟนตาซี ญี่ปุ่น ดูจาก ดีวีดี สนุกมาก ....

ขอเริ่มเลยละกัน เรื่องแรก ...

AN EMPRESS AND THE WARRIORS (จอมใจบัลลังค์เลือด) ความน่าดูในหนังเรื่องนี้  สำหรับเราเกิดจากสองประเด็น อันแรกคือ หนังเอาชื่อเฉินเสี่ยวตง ปรมาจารย์ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องการสร้างสรรฉากบู๊อันตื่นตา  ประเด็นที่สอง คือ ชื่อภาษาจีน เท่าที่อ่านออกแบบ งูงู ปลาปลา เป็นชื่อหนังที่พ้องกับหนังจีนแนวเพลงอุปรากรโบราณระดับคลาสสิค ที่นำแสดงโดยดาราอมตะอย่าง หลินไต้ ในชื่อไทยว่า จอมใจจักพรรดิ์  ก็เลยอยากดูว่า มันมีอะไรเกี่ยวพันกันไหมเนี่ย เอาความคาดหวังประเด็นแรกก่อนนะ นี่เป็นหนังที่มีฉากต่อสู้ที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะตั้งแต่ที่ดูหนังอย่าง Crouching Tiger, Hidden Dragon และ HEROES แล้ว ยังไม่สามารถหาหนังจีนกำลังภายในเรื่องไหนทำได้ดี หรือเทียบเท่าหนังสองเรื่องนี้อีกเลย บทก็อ่อน ความสัมพันธ์ของตัวละครก็ดูยัดเยียด ไม่รู้สึกเลยว่า พระเอก นางเอก มันรักกันได้ด้วยเหตุผลอะไร .... ส่วนประเด็นที่สองที่ทำให้อยากดูนั้น เมื่อดูจบ คิดว่าหนังน่าจะได้แรงบรรดาลใจจากเรื่องเดิม เพียงแต่มาแปลงเรื่องแต่งบทใหม่ให้บทสลับจากหญิงเป็นชาย และ ชายเป็นหญิง และทำให้เรื่องเกี่ยวกับประเด็นม่านประเพณี กลายเป็นเรื่องรักระหว่างรบไป  ซึ่งเมื่อบทไม่แข็งแรง ความประทับใจในความรักของ เจ้าหญิงและชายนิรนาม ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะจดจำซาบซึ้งแต่อย่างไร

 

Vantage Point ... หนังสนุก ตื่นเต้น ในโทนเดียวกับ ซีรีส์ชื่อดังอย่าง 24 โดดเด่นมากๆ ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ แต่ด้วยความเด่นที่ว่า ก็เกือบกลายเป็นอาวุธฆ่าตัวเองเหมือนกัน ดีว่าหนังกระชับไม่ยาวยืดเยื้อจนทำให้เบื่อเสียก่อน เสียดาย ตอนจบ ไม่สะใจเท่าที่ควร และทำให้เรื่องมันไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่

ALWAY 2  สำหรับภาคแรกของเรื่องนี้ เป็นหนังที่ติดตราตรึงใจใครต่อใครไปมากมาย รวมทั้งเราด้วย พอรู้ข่าวว่ามีภาคสอง ก็ตั้งตารอคอย จนวันนี้ก็ได้มาถึง  ดารานักแสดงจากภาคแรกมากันครบทีม ฉากเด็ด ในเรื่องการมอบแหวนให้หญิงส่าวที่เป็นที่รัก ซึ่งเป็นฉากที่ใครต่อใครก็ชอบเหลือเกิน ถูกนำมาขยายเรื่องราวต่อยอดออกไป เรื่องรตาวโดยรวม ไม่ได้ดีกว่าภาคแรก แต่ก็รักษาภาพความรักความอบอุ่นของเรื่องราวไว้ได้ ซึ่งนั่นก็พอแล้ว สำหรับแฟนหนังที่ชื่นชอบในภาคแรก เพราะภาคนี้ไม่ได้ทำให้ความรักที่มีต่อหนังเรื่องนี้ลดน้อยลง

 

อีกสามเรื่อง เดี๋ยวมาต่ออีกที .......