movie

หนังในดวงใจปี 2551

posted on 20 Jan 2009 17:23 by maxisme in Moviemania

นั่งคิดเล่นๆ ว่า ตลอดปี 2552 ที่ผ่านมา ดูหนังแทบทุกสัปดาห์ ดูหมดทั้งหนังไทย หนังเทศ หนังการ์ตูน หนังอินดี้ ฯลฯ มีเรื่องไหนบ้างหนอ ที่เราชอบมากจนยกให้เป็นหนังในดวงใจประจำปี แอ่นแอ๊น ๆ .... คิดไปมา สามสี่ตลบ โดยมีนิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับพิเศษ A YEAR IN VIEW เป็นตัวช่วยในเรื่องข้อมูลหนังทั้งหมดที่ฉายในปี 2551 ก็เลยรวบรวบความชอบส่วนตัวโดยไม่ได้เรียงลำดับตามนี้ครับ (แล้วจะตามมาด้วย หนังที่น่าผิดหวังที่สุดประจำปี 2551 คอยติดตามอ่านนะครับ)

* ENCHANTED หนังหวานแหวว แสนสนุก ที่นำจินตนาการ และ ความคิดสร้างสรร ผสมผสานจนได้หนังแนวโรแมนติคแฟนตาซี คอมมิดี้ ที่สนุกสนาน ประทับใจสุดๆ

* NO COUNTRY FOR OLD MEN หนังที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมหลายรางวัล และ จากหลายๆสถาบัน การแสดงที่น่าทึ่งของดารานำ คือสิ่งที่ติดตาติดใจและขนลุกทุกครั้งที่นึกถึง

* IRON MAN หนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่มีชั้นเชิงในเรื่องบท การกำกับ การแสดง ชนิดที่นานนาน จะได้เห็นหนังคุณภาพในแนวนี้สักครั้ง

* JUNO หนังอินดี้ ที่มีบทฉลาดๆ จนหนังในแนว SCARY MOVIE เอาไปล้อเสียเละเทะ แต่มุมมอง ที่ได้จากหนังเรื่องนี้ ก็มีคุณค่าที่น่าประทับใจมากๆ

* Wanted หนังแอคชั่น ขายสไตล์ ที่นับจากหนังอย่าง Matrix แล้ว ก็มีเรื่องนี้แหละ ที่ทำได้มันส์ เท่ ได้ไม่แพ้กัน

* THE DARK KNIGHT นี่เป็น BAT MAN ตอนที่ดีที่สุดในความคิดของเรา และไม่รู้ว่า ตอนใหม่ๆจะดีกว่านี้ได้อย่างไร และถ้าจะมีตัวละคร โจ๊กเกอร์ ในโลกภาพยนตร์ จะมีใครเล่นได้ดีเท่าเขาอีกไหม ขอคารวะให้แด่ดวงวิญญาณ ของ HEATH LEDGER

* WALL-E ความคิดสร้างสรร ของคนนี่ ช่างมหัศจรรย์จริงๆ นี่เป็นหนังการ์ตูนอนิเมชั่น ที่มีความคิดสร้างสรรอย่างล้นเหลือ

* THE FALL หนังที่แสดงถึงพลังสร้างสรรงานของผู้กำกับได้อย่างเต็มที่ ความสุข จินตนาการ อิสระ ปลดปล่อยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดเวลาที่ชม

* เปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น เป็นหนังไทยแนว coming - to - age ที่น่ารัก และซาบซึ้ง ประทับใจ มาก และเป็นหนังที่แสดงฝีมือของเหล่าผู้กำกับเลือดใหม่ ที่เป็นความหวังของคนรักการดูหนังอย่างผม

* TOKYO SONATA หนังญี่ปุ่น ที่มีเนื้อหาสะท้อนภาพชีวิตครอบครัว ที่ยึดติดกับ ทัศนคติ ค่านิยม ในสังคม จนทำให้ชีวิตต้องแบกอยู่กับเรื่องจอมปลอมที่มนุษย์เป็นผู้สร้างกันขึ้นมาเอง เป็นหนังที่รบกวนจิตใจและกรุ่นๆอยู่ในความคิดติดค้างอยู่เป็นอาทิตย์ๆเลย

โดยรวมแล้ว ดูเหมือนปีนี้มีหนังที่เราประทับใจและโดน น้อยไปไหมเนี่ย รวมเบ็ดเสร็จ 10 เรื่องพอดี โดยไม่ได้ตั้งเป้าไว้ก่อนว่าจะเป็นกี่เรื่อง แต่ทั้งนี้ เราก็พลาดหนังอินดี้ หนังเฉพาะทาง ที่โรงภาพยนตร์ HOUSE RCA อยู่หลายเรื่อง ก็ไม่รู้ว่าพลาดอะไรดีดีไปบ้างหรือเปล่า 

edit @ 26 Jan 2009 19:04:36 by max

INDIANA JONES And The Kingdom Of The Crystal Skull กลับมาใหม่ หลังจากที่ห่างจากภาคก่อนหน้านี้ไปประมาณ 19 ปี และขอบอกว่า นี่เป็นการกลับมาที่นำความสนุกให้ผู้ชมได้อย่างครบถ้วน ตามแบบฉบับที่หนังอย่าง INDIANA JONES ควรมี ทั้งฉากไล่ล่าที่ยาวนาน ที่ได้ทั้งความสนุกสนาน และ ความตื่นเต้น รวมถึงความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติที่ให้ภาพที่ยิ่งใหญ่อลังการ์ แต่ข้องใจอยู่อย่างเดียวว่า ทำไมเทคนิคทางด้านภาพ งานนี้หยาบ ไม่เนียบกริบเหมือนอย่างหนังยุคใหม่ๆควรจะเป็น

JUNO น่ารัก สนุกสนาน สุดยอด สร้างสรร ประเสริฐเริ่ดล้ำ ทั้งบทบทที่คมคาย และการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงแทบทุกคนในเรื่อง สมแล้วกับรางวี่รางวัลที่ได้ทั้งการเสนอชื่อเข้าชิง และได้รับในสาขาต่างๆมากมาย นับถือๆ

MEMORY รักหลอน ดูจบก็ต้องบอกว่า ยังแรงได้อีกนะ ถ้าจะทำหนังแนวแบบนี้ แต่ถึงอย่างไร การแสดง ของหนึ่งหญิง หนึ่งชาย และเด็กน้อยอีกหนึ่ง ก็เป็นสสิ่งที่น่าชื่นชมของหนังเรื่องนี้

SPEED RACER  มีสไตล์ที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ หวือหวา ลายตา การ์ตูน หวานแหวว เด็กๆ ฉูดฉาด พล๊อตเรื่องส่งเสริมความรัก ความเข้าใจ การให้กำลังใจ การสนับสนุนกันในครอบครัว ดูจบแล้ว เฉยๆแฮะ ไม่มีอะไรน่าประทับใจ

Deception  ตัวหนัง ตัวบท การแสดง ความตื่นเต้นเร้าใจ ทั้งหลายทั้งมวล หาไม่ได้เอาเสียเลย จากภาพยนตร์ฟอร์มดีเรื่องนี้ นับเป็นหนังที่น่าผิดหวังอย่างแรง

 

edit @ 31 May 2008 00:06:50 by max

ต่อนะครับทั่น........... อีกสามเรื่องที่เหลือ

The Forbidden Kingdom... หนังแฟนตาซี กำลังภายใน ลูกครึ่งจีน ฝรั่ง ที่ผสมผสานกันแบบแปร่งๆ ดูเอาเพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูแล้วก็แล้วกัน ไม่รู้จะวิจารณ์กันไปทำไม ให้เสียเวลา เหอๆๆๆๆๆ

 Tokyu Tower ... เนื่องจากห่างหายจากการติดตามหนังในโรงไปช่วงหนึ่ง ก็เลยไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกะหนังเรื่องนี้ จนกระทั่ง วันหนึ่งไปยืนอยู่หน้าโรงภาพยนตร์ลิโด แล้วเห็น จอทีวีหน้าโรง ที่เปิดโปรโมทหนังเรื่องนี้ แค่ตัวอย่าง ก็พาลน้ำตาจะไหล ไม่ได้การล่ะ วันรุ่งขึ้น ก็บึ่งมาดูเลย  นี่เป็นหนังที่เล่าเรื่องได้เรียบง่ายมากๆ พล๊อตก็แทบจะไม่มีอะไรแปลก เซอร์ไพรซ์ มีลูกเล่น สีสันใดใด เล่าเรื่องซื่อๆถึงความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่ผ่านความยากลำบาก ระหกระเหิน ดิ้นรนเพื่อประคับประคองให้มีชีวิตที่ดี อยู่รอดได้ในสังคม และนี่ก็เป็นความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของแม่ หนังไม่เน้นเรื่องราวในโทรเมโลดราม่า แต่เรากลับค่อยๆซึมซับถึงความผูกพันที่สองแม่ลูกมีต่อกัน จนตอนท้ายๆเรื่อง ตัวหนังก็มีพลังมากมาย ที่จะเรียกน้ำตาจากคนดูได้ แต่จะติดก็ตรง มุขซ้ำๆที่หนังญี่ปุ่น เกาหลี ชอบใช้ ก็คือการให้ตัวละครมานั่งอ่านจดหมาย หรือการเปิดพัศดุอะไรสักอย่าง ที่คนที่จากไปฝากไว้ให้ มันเป็นมุขซ้ำๆที่เริ่มเบื่อ ฉากที่ว่า ก็เลยไม่มีพลังมากพอ เมื่อเทียบกับฉากดีดี ก่อนหน้านั้น

 สี่แพร่ง  ... หนังผีสี่เรื่อง สี่ผู้กำกับ ที่เล่นกับคอนเซ็ปท์ ความกลัวที่แตกต่างกัน นี่เป็นหนังผีที่ทำหน้าที่หลอกหลอนคนดูได้อย่างมีพลัง มีชั้นเชิง และสนุกมากๆ (ที่กล่าวชมมาทั้งหมดนี้ ยกเว้นเรื่องที่สองนะครับทั่น) การชมหนังเรื่องนี้ เหมือนเข้าบ้านผีสิง ที่มีคนร้องกรี๊ดกันตลอดเวลา ทั้งกลัว ทั้งสนุก เรื่องแรก ชื่อว่า เหงา นั้น เก่งในเรื่องการเล่าเรื่องที่ไม่มีบทสนทนาเลยตลอดเรื่อง แต่สามารถสร้างเรื่องให้เราลุ้นระทึกได้อย่างน่าทึ่ง

เรื่องที่สอง ยัณต์สั่งตาย เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และมีความโดดแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ แต่เป็นความโดดที่เด่นในทางด้อย ตามทสไตล์ของผู้กำกับคนนี้ ที่ชอบเล่นกับทางกล้อง การตัดต่อ และที่สำคัญ CG ที่ดูหลอก ดูเป็นการ์ตูน และดูไม่น่าเชื่อถือ แม้โครงเรื่องจะน่าสนใจ แต่ด้วยความยาวหนัง และสไตล์หนัง และวีธีการที่ผู้กำกับเลือกใช้ ทำให้เป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัว แต่เน้นแหวะซะมากกว่า

เรื่องที่สาม คนกลาง  เป็นเรื่องที่สนุกที่สุดในความคิดของผม ผู้กำกับคุมจังหวะของหนังได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้แสดง บท และ บทสนทนา เล่นกันสนุก ทั้งขำ ทั้งน่ากลัว ถึงเป็นตอนที่ขำมากที่สุด แต่ก็ทำให้เราขนลุกได้มากที่สุดเช่นกัน

เรื่องที่สี่ หลายๆคนบอกว่าเป็ฯตอนที่น่ากลัวที่สุด แต่กับเรา กับเฉยๆ เพราะความน่ากลัวดันเป็นตอน ..... อุ๊บส์ เกือบหลุดปาก เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรซ์ เอาเป็นว่า ความน่ากลัวถูกบทจำกัด กำหนดให้เกิดสถานการณ์  มันไม่ได้ลื่นไหลไปตามเรื่องราวเหมือนในเรื่องที่สาม สรุปก็คือชอบตอนที่สามมากกว่าครับทั่น

ไปดูกันเยอะๆนะครับ เรื่องสี่แพร่ง คนทำหนังผีด้อยคุณภาพ จะได้รู้ว่า หนังผีที่ดี เขาทำกันอย่างไร ...  

          ไม่ได้เข้ามาใน exteenblog เลยเพราะงานยุ่งสุดๆ ต้องเคลียร์งานมากมายก่อนจะเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ (ฟังดูเหมือนโดนเนรเทศยังไงไม่รู้ อิอิ) แต่ถึงแม้งานจะยุ่งอย่างไร ก็ยังสามารถแว่บไปดูหนังได้เป็นครั้งคราว เพียงแต่ไม่สามารถแว่บเข้ามาใน blog เพื่ออัพเดทหนังที่ดู วันนี้ก็เลยขอถือโอกาส พูดถึงหนังที่ดูในเดือนมีนาคมนี้แบบรวบยอดซะเลย ขอเริ่มจาก 

THE MIST งานหนังที่ทำจากเรื่องสั้นของสตีเฟ่น คิง โดยการกำกับของ แฟรงค์ ดาราบอนด์ ที่เคยทำหนังสุดรักอย่าง The Shawshank Redemtion แต่สำหรับเรื่องนี้ ผิดหวังอ่ะ ตัวหนังมีความขาดๆเกินๆอยู่เยอะ และที่สำคัญ มีส่วนที่น่ารำคาญที่มากไป และโดยเฉพาะตอนจบ รับไม่ได้จริงๆ

 

ONCE หนังเล็ก ลงทุนต่ำ ที่ได้รับออสการ์ เพลงประกอบยอดเยี่ยม เอาชนะเพลงในหนัง THE ENCHANTED ได้สำหรับแม้จะเข้าชิงถึง สามเพลงก็ตาม เป็นหนังรักโรแมนติก ที่อาจจะไม่ถูกจริต กับคนที่ชอบหนังรักแบบดราม่าเน้นพล๊อตเรืองในแนวประโลมโลก แต่เราชอบแฮะ เพราะเป็นหนังรักที่เล่าเรื่องเรียบง่าย จริงใจ และพาเราติดตามเรื่องราวอย่างเรียบๆแต่มีเสน่ห์ และหนังก็จบอย่างที่มันควรจะเป็น ดูจบออกมา ก็ได้แต่ความซื้งลึกๆที่เกิดขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

10000 B.C.  หนังแนวตลาดที่ทำเงินถล่มทลายในอเมริกา แต่ขอบอกว่า เป็นงานหนังที่น่าเบื่อมากๆ  เป็นงานประดิษฐ์ที่ขาดความเป็นเอกภาพ และความชัดเจนในแนวทาง สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากๆ ก็คงเป็นแค่หนังที่สร้างให้ดูยิ่งใหญ่เรียกความสนใจของคนได้มากมายตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น trailer และที่สำคัญเพื่อดูดเงินจากคนดูในระดับ mass

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น... เป็นหนังไทยคุณภาพอีกเรื่องหนึ่ง แม้จะทำไม่ได้ในระดับแบบแฟนฉัน แต่ผู้กำกับก็ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงฝีมือที่ชัดเจนมากขึ้นอีกขั้น การเล่าเรื่อง สี่ เรื่อง ของกลุ่มคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย แต่กลับสามารถนำมาเรียงร้อยได้อย่างราบรื่นลงตัวชวนติดตาม และที่สำคัญ การเอาไอเดีย LOVE ACTUALLY มาเล่นนั้น กลับทำได้สร้างสรรและกินใจไม่เลี่ยนเอียนเหมือนต้นฉบับ ขอปรบมือให้ดังๆนานนาน สัก 5 นาที